| กฎระเบียบ | นอกชายฝั่ง/ไม่ได้รับการควบคุมในประเทศไทย |
|---|---|
| ใบอนุญาตในประเทศ | ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย |
| เลเวอเรจสูงสุด | สูงสุด 1:500 ภายใต้นิติบุคคลนอกชายฝั่ง |
เทรดมาร์จินขยายทั้งกำไรขาดทุน และขาดทุนสะสมในเซสชันเดียว

การโอนเงินเข้าบัญชี FP Markets ทำได้ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต โอนแบงก์ และ e-wallet โดยไม่มีค่าธรรมเนียมฝากจากทางโบรกเกอร์ และจำนวนเงินขั้นต่ำเพียง 100 USD เท่านั้น
สำหรับนักเทรดในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่า FP Markets ไม่มีช่องทางฝากเงินบาทแบบท้องถิ่นโดยตรง (local THB rails) ณ ช่วงเวลาที่ตรวจสอบ หมายความว่าคุณต้องทำงานกับสกุลเงินหลักอย่าง USD, EUR, GBP หรือ AUD ซึ่งนี่คือประเด็นแรกที่ต้องวางแผนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมธนาคารต้นทางของคุณเอง
วิธีฝากเงินแบบไหนใช้ได้จริง
วิธีการเติมเงินเข้าบัญชีซื้อขายกับ FP Markets มีให้เลือก 3 ช่องทางหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อควรระวังที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องส่งเงินออกไปต่างประเทศจากไทย
| วิธีฝากเงิน | เวลาที่ใช้โดยประมาณ | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| บัตรเครดิต/เดบิต (Visa/Mastercard) | เร็วสุด เกือบจะทันที | วงเงินบัตรอาจเป็นตัวจำกัด |
| โอนแบงก์ (Bank Wire) | 1 - 5 วันทำการ | ผ่านธนาคารตัวแทน มีค่าธรรมเนียมธนาคารต้นทาง |
| e-wallet | เร็วถึง 24 ชั่วโมง | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการกระเป๋าเงินนั้น ๆ |
ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ให้บริการโอนเงินต่างประเทศ เช่น กรุงเทพ (Bangkok Bank), กสิกรไทย (Kasikornbank), ไทยพาณิชย์ (SCB), กรุงไทย (Krungthai) และกรุงศรี (Krungsri) คือช่องทางหลักที่คุณจะใช้ส่งเงิน USD ออกไปยังบัญชีของโบรกเกอร์
กรณีที่คุณมีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ที่รองรับการโอนเงินระหว่างประเทศ ก็สามารถใช้เป็นตัวกลางได้เหมือนกัน แต่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าทางโบรกเกอร์รองรับผู้ให้บริการรายนั้นจริง และต้องบวกค่าธรรมเนียมของตัวกลางด้วยเสมอ
ตัวเลือกบัญชีและต้นทุนที่ต้องมอง
เมื่อเงินเข้าบัญชีแล้ว เรื่องต่อไปที่คนมักมองข้ามคือโครงสร้างค่าธรรมเนียมการเทรด เพราะมันต่างกันชัดเจนระหว่างบัญชี Standard กับ Raw
| ประเภทบัญชี | ค่าสเปรด SPX500 | ค่าคอมมิชชัน | เงินฝากขั้นต่ำ |
|---|---|---|---|
| Standard | ~1.0 - 1.2 pip | ไม่มีค่าคอมมิชชัน | 100 USD |
| Raw | 0.0 - 0.1 pip | ~6 USD ต่อ Lot (คำนวณทั้งรอบเปิด-ปิด) | 100 USD |
บัญชี Standard เหมาะกับคนที่ไม่อยากคิดเลขเยอะ ค่าสเปรดจะรวมต้นทุนไว้หมดแล้ว แต่บัญชี Raw จะเห็นต้นทุนชัดเจนกว่า และคุ้มกว่าเมื่อเทรดปริมาณมาก ๆ เพราะค่าสเปรดที่แทบเป็นศูนย์ช่วยให้เข้าออเดอร์ได้ราคาดีกว่าในตลาดที่มีความผันผวนสูง
แพลตฟอร์มที่ใช้ได้คือ MT4, MT5, cTrader และ TradingView (ยกเว้น IRESS ที่จำกัดเฉพาะลูกค้าออสเตรเลีย)
ประเด็นกฎหมายและความคุ้มครองในไทย
FP Markets ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย (SEC Thailand) นักลงทุนไทยถูกดูแลโดยนิติบุคคล offshore คือ FP Markets LLC (เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์) ซึ่งหมายความว่าไม่มีกลไกชดเชยนักลงทุนในประเทศถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น
ในทางปฏิบัติแล้ว นักเทรดไทยใช้บริการโบรกเกอร์ต่างชาติกันอยู่แล้ว เพราะในประเทศไทยไม่มีหมวดหมู่ใบอนุญาต "โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อย" กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามบุคคลธรรมดาเทรดฟอเร็กซ์กับโบรกเกอร์ต่างชาติ แต่ผู้ที่มาเสนอขายหรือชักชวนให้เปิดบัญชีต้องมีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
FP Markets เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2005 และมีสำนักงานใหญ่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ภายใต้กลุ่มบริษัทที่ได้รับการกำกับดูแลจากหลายประเทศ อย่างไรก็ดี ต้องทำความเข้าใจว่านิติบุคคล offshore นี้ไม่มีการรับรองการชดเชยนักลงทุนท้องถิ่น
ระยะเวลาถอนเงินและข้อควรระวัง
การถอนเงินอาจใช้เวลาหลายขั้นตอน
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| การตรวจสอบเอกสาร KYC ครั้งแรก | 1 - 3 วันทำการ |
| การอนุมัติคำขอถอนภายในโบรกเกอร์ | 24 ชั่วโมงทำการ |
| เงินถึงบัญชีธนาคารในไทย | 1 - 5 วันทำการ |
จุดที่ควรระวังคือเรื่องการโอนเงินกลับเข้าประเทศไทย ตามกฎหมายควบคุมแลกเปลี่ยนของ ธปท. หากเงินที่โอนเข้ามีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 USD ขึ้นไป ธนาคารที่รับโอนอาจขอเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน และคุณควรเก็บใบเสร็จหรือ Statement การเทรดไว้เป็นหลักฐานยืนยันเสมอ
เลเวอเรจสูงสุดที่เสนอคือ 1:500 ซึ่งไม่มีการจำกัดแบบท้องถิ่นจากไทย
Red Flags
ตรวจสอบสถานะบัญชีของคุณกับเว็บไซต์ FP Markets โดยตรงเสมอ เพราะบริษัทไม่มีการรับรองโปรโมชันพิเศษสำหรับนักเทรดไทย และต้องระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างใช้ชื่อโบรกเกอร์ อย่าโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาเด็ดขาด
สิ่งที่ต้องรู้เรื่องภาษีเงินได้
กำไรจากการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ถูกจัดประเภทเป็นเงินได้พึงประเมินประเภททั่วไป ไม่ใช่อัตราภาษีพิเศษแบบ Capital Gains ที่ต่ำกว่า ภาษีคิดตามขั้นบันไดอัตราก้าวหน้า จาก 0% สำหรับรายได้ไม่เกิน 150,000 บาท ไปถึง 35% สำหรับรายได้ส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นไป หากคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไป) และนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทยภายในปีที่ได้รับเงิน คุณต้องนำมารวมยื่นภาษีในปีนั้นด้วย มีมาตรการผ่อนผันที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่คุณควรปรึกษาผู้สอบบัญชีภาษีเพื่อความถูกต้องแม่นยำ เพราะกฎหมายภาษีอัปเดตบ่อย
ใช้ช่องทางไหนดีระหว่างบัตรและโอนแบงก์
คำตอบสั้น ๆ คือ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่คุณต้องการฝาก เงินจำนวนน้อยที่ต้องการเข้าเร็วควรใช้บัตร เงินจำนวนมากควรใช้การโอนแบงก์เพราะวงเงินบัตรมักจำกัด
| ช่องทาง | จำนวนเงินเหมาะสม | ความเร็ว | ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| บัตรเครดิต/เดบิต | ต่ำ - ปานกลาง | ทันที | ตามอัตราของธนาคารผู้ออกบัตร |
| โอนแบงก์ (Wire) | สูงมาก | 1 - 5 วัน | ตามอัตราของธนาคารต้นทาง + ธนาคารตัวกลาง |
| e-wallet | ต่ำ - ปานกลาง | เร็ว - 24 ชั่วโมง | ตามอัตราของผู้ให้บริการ |
คำถาม
FP Markets ได้รับการกำกับดูแลใน ประเทศไทย หรือไม่?
FP Markets ดำเนินงาน นอกชายฝั่ง, ไม่ได้รับการควบคุมในประเทศไทย ใน ประเทศไทย ไม่มีโครงการชดเชยนักลงทุนในพื้นที่ ตรวจสอบหน่วยงานในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนฝากเงิน
มีประเภทบัญชีใดบ้าง?
ประเภทบัญชี: Standard (ไม่คิดค่าคอมมิชชัน) และ Raw (0.0 pip + ค่าคอมมิชชัน) บน MT4/MT5/cTrader/TradingView; ฝากขั้นต่ำ USD 100
แพลตฟอร์มที่รองรับ: MT4, MT5, cTrader และ TradingView (IRESS เฉพาะออสเตรเลีย)
อ่านต่อไป
ศิริพร ศรีสุข
นักเขียนด้านกฎระเบียบมีพื้นฐานด้านคอมพลายแอนซ์และกฎหมายในธุรกิจการเงิน อ่านข้อความตัวเล็กเป็นอาชีพ

